ตำนานตัวเคลปี ม้าน้ำของสก็อตแลนด์
เคลปี(Kelpie)เป็นม้าน้ำในตำนานสก็อตแลนด์ มีรูปร่างเป็นม้า อาศัยอยู่ในแม่น้ำ หรือทะเลสาป มันสามารถจำแลงร่างได้อยู่สองแบบด้วยกันคือเป็นคนและเป็นม้า เวลามันมันแปลงเป็นคนมันจะมีร่างใหญ่ มีขนดกเต็มตัว หรือบางทีก็มีหัวเป็นม้า มันจะปีนขึ้นไปบนต้นไม้แถวริมทะเลสาบ รอให้คนผ่านมาแถวนั้น มันจะกระโดโหยงลงจากต้นไม้ขึ้นซ้อนหลังคนขี่ม้า โดยที่คนคนนั้นไม่รู้สึกเลย มันจะใช้แขนทั้งสองข้างบีบรัดตัวเหยื่อไว้ พาวิ่งควบยาวไปตามริมทะเลสาป จนเหยื่อรู้สึกหมดเรี่ยวแรง เมื่อถึงที่ๆต้องการ มันก็จะกระโดดกลับลงน้ำไปเอง
แต่เวลาที่มันอยู่ในรูปของม้า ม้าจะเป็นม้าหนุ่มพันธ์ดี มีขนสีน้ำตาลสะอาด ที่หลังจะมีอานและบังเหียนที่ทำจากหนังอย่างดีใส่ไว้เสร็จสรรพ ยืนเล็มหญ้าอยู่แถวริมน้ำ รอเวลามีคนกำลังเหนื่อยหมดแรงเดินมาพบเข้า แล้วขึ้นขี่ ก็ถือว่าหมดโอกาศมีชีวิต มันจะพาเหยื่อขวบลงน้ำโดยที่ไม่สามารถลงจากหลังม้าได้ ตัวเคลปีจะวิ่งทะยานลงน้ำไปเรื่อยๆ จนเหยื่อจมน้ำตาย ร่างไร้ชีวิตของคนนั้นจะลอยขึ้นมากระทบฝั่งในตอนเช้าเป็นการคอนเฟิร์มชะตากรรม

บางคนเชื่อว่าตัวเคลปีกินคน ซึ้งคงสัปสนกับเอช อุช เกียร์ ม้าน้ำแห่งทะเลสาบ ไอ้ตัวนี้มันจะเป็นลูกม้าแสนเชื่องหรือม้าหนุ่มพันธ์ดีเล็มหญ้าอยู่แถวริมน้ำ(มุขเดียวกันกับเคลปี) เมื่อมีผู้หลงทาง(ผู้โชคร้าย)มาขึ้นขี่ก็จะลงไม่ได้ และจะถูกพาลงไปในทะเลสาบ แล้วมันจะจัดการกับเหยื่อจากนั้นก็จะปล่อยชิ้นส่วนลอยขึ้นมาเกยฝั่งในตอนเช้า
มาพูดถึงเคลปีต่อครับ บางคนที่รู้ทันเลห์เหลี่ยมร้ายลึกของมันก็จะเตรียมบังเหียนสำรองไว้ เมื่อเจอตัวเคลปีก็จะขึ้นขี่แล้วแล้วรีบสัปเปลี่ยนบังเหียนทันที ถึงตอนนั้นเขาก็จะได้เป็นนายของเคลปี สามารถสั่งให้มันทำอะไรก็ได้ตามใจ และบังเหียนของมันสามารถนำไปเป็นของวิเศษได้ด้วย(ไม่ทราบว่าอะไร) แต่อย่าใช้งานมันหนักนะครับ เพราะมันจะสาปแช่งเข้าให้พินาถทั้งวงศ์ตระกูลเลย อย่างเช่นเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้
นิทานเรื่อง ลอร์ดแห่งมอร์ฟีกับตัวเคลปีน้ำ(จากหนังสือปวงเทพผู้นิราศ)
ครั้งหนึ่งมีขุนนางชาวสก็ตแลนด์ชื่อลอร์ดเกรแฮมแห่งมอร์ฟี เขาต้องการสร้างปราสาทปราสาทหลังใหญ่สำหรับตนเอง แต่เขาเป็นคนตระหนี่ ไม่ปรารถนาจะจ่ายสินทรัพย์ด้วยเหตุนี้ ลอร์ดแห่งมอร์ฟีจึงคิดแผนการอย่างหนึ่งขึ้น
ใกล้บริเวณที่เขาอยู่มีทะเลสาปใหญ่ คนแถบนั้นลือกันว่าในทะเลสาปมีตัวเคลปีน้ำ มีนิสัยดุร้าย ชอบล่อลวงมนุษย์ มันชอบแปลงตัวเป็นม้างามสีน้ำตาล ขึ้นมาพร้อนอานแล้วบังเหียนมากินหญ้าอยู่ริมทะเลสาป พอมนุษย์ใดพยายามจะขึ้น ขี่หลัง ม้านั้นก็จะนำมนุษย์ดังกล่าวห้อเหยียดลงทะเลสาปทำให้เขาจมน้ำตาย ลอร์ดแห่งมอร์ฟีได้ยินว่าตัวเคลปีน้ำเป็นสัตว์ที่แข็งแรงมาก จึงตั้งใจจะไปจับมันมาช่วยสร้างปราสาท โดยวิธีจับตัวเคลปีน้ำ ได้ก็คือต้องเอาบังเหียนที่มันใส่อยู่ออก แล้วใส่บังเหียนอันใหม่เข้าไป เย็นวันหนึ่ง เขาเรียกเมียมาหา บอกนางว่าจะไปจับตัวเคลปีน้ำ และต้องการความช่วยเหลือจากนาง
เจ้าจงเข้าไปในสวน แล้วเอากิ่งโรเวนตรงประตูมาสองกิ่ง มัดทำเป็นกางเขน แล้ววางไว้ตรงเหนือประตูบ้าน จากนั้นให้ปิดประตูลงกลอนให้ดี ถ้าทำอย่างนี้ ตัวเคลปีจะเข้ามาในบ้านของเราไม่ได้ แล้วเจ้าจงคอยเปิดหน้าต่างครัวไว้ เพระตัวข้าจะหนีเคลปีโดยเข้าทางนั้น เมียของเขามีความกลัว พยายามห้ามลอร์ดมอร์ฟีด้วยประการต่างๆ แต่ลอร์ดมอร์ฟีกับดุว่านางเป็นคนโง่ ให้ทำตามที่เขาบอกก็พอแล้ว จากนั้นลอร์ดมอร์ฟีก็ออกไปยังทะเลสาป และเห็นม้างามสีน้ำตาลกำลังเล็มหญ้าอยู่ข้างทาง มันสวมบังเหียนและอานทำจากหนังอย่างดี ดูสงบเสงี่ยมเรียบร้อยราวกับม้าเชื่องสำหรับให้ท่านหญิงในวังขี่
เมื่อลอร์ดมอร์ฟีเข้าไปใกล้ม้าเขาก็ชักดาบออกฟาดลงไปตรงข้างหัวม้าโดยแรง ตัดเอาสายบังเหียนขาด ม้าที่ไม่ทันตั่งตัวก็ตกใจ จึงหันกลับจะควบหนีลงน้ำ แต่บังเหียนร่วงลงจากตัวมันก่อนและลอร์ดมอร์ฟีก็คว้าไว้ได้ เขารู้ว่าถ้าตัวเคลปีทำสายบังเหียนหายอำนาจของมันจะหมดไป และไม่อาจกลับลงน้ำได้จนกว่าจะได้บังเหียนคืนมา พอลอร์ดมอร์ฟีเก็บบังเหียนขึ้นไว้กับตัว เคลปีก็หันกลับมาพูดกลับเขาเป็นภาษามนุษย์ขอบังเหียนคืน
ข้าไม่เคยทำร้ายท่านมาก่อนเลยมันบอก
แต่ถ้าข้าขึ้นหลังเจ้า เจ้าก็คงลากข้าลงไปตายในน้ำเหมือนคนอื่นๆ เจ้าม้าเอ๋ย ข้าไม่คืนบังเหียนให้เจ้าหรอกเคลปีน้ำได้ยินก็โกรธ แยกเขี่ยวใส่เขา
แกจะไม่ได้กลับบ้าน ตราบที่ไม่คืนบังเหียนให้ข้า ข้าวิ่งเร็วกว่าแก่ ข้าจะไปแย้งมันคืนมาจากแกเอง มันบอก
ครั้นแล้วมันก็วิ่งล่วงหน้าลอร์ดมอร์ฟีไปหวังจะไปดักเขาที่หน้าประตูบ้าน ลอร์ดมอร์ฟีเดินตามไปอย่างสบายใจเพราะรู้ว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายได้จะเข้าไปในบ้านที่มีกางเขนโรเวน แขวนเหนือประตูได้ เมื่อถึงบ้าน เขาก็เห็นม้าได้ยืนอยู่แต่หน้าประตู ลอร์ดมอร์ฟีจึงเพียงอ้อมไปด้านหลัง แล้วงเข้าทางหน้าต่างครัว เขาขึ้นไปชั้นสองแล้วโผล่หน้าทางหน้าต่างต่อรองกับเคลปี
เอาอย่างนี้เถอะ ในเมื่อเจ้าอยากได้บังเหียนคืนนัก เขาว่า ข้าอยากสร้างปราสาทสักหลังและอยากได้ม้าที่แข็งแรงมาขนดินหิน ถ้าเจ้าสัญญาจะช่วยงานข้า ข้าก็สัญญาว่าเมื่อสร้างปราสาทเสร็จ จะคืนบังเหียนให้เจ้า
เคลปีเห็นว่าไม่มีทางเลือกก็จำนนยอมทำตาม ทว่าลอร์ดมอร์ฟีนั้นเป็นคนโหดร้าย เขาใช้งานมันหนักจนหลังม้าห้อเลือดเสมอ และไม่เคยให้อาหารมันอย่างเพียงพอ ที่จริงแล้ว ตัวเคลเกือบตายไปก่อนจะสร้างปราสาทเสร็จเสียอีก ลอร์ดมอร์ฟีเห็นเคลปีเชื่องมาตลอดจนลืมความกลัว พอสร้างปราสาทเสร็จแล้ว เขาก็คืนบังเหียนให้มัน ขณะที่ตัวเคลปีจะกลับลงทะเลสาปนั้น มันก็หันมากล่าวคำสาปว่า
"หลังของข้า กระดูกของข้า
ลากก้อนหินมาให้ลอร์ดมอร์ฟี
ลอร์ดมอร์ฟีจะไม่มีวันเป็นสุขได้
ตราบใดที่ตัวเคลปียังอยู่"
นับแต่นั้น ความโชคร้ายต่างๆ ก็ประดังเข้ามายังตัวลอร์ดมอร์ฟี ครอบครัวและลูกหลานของเขา จนกระทั้งในที่สุด ตระกูลของมอร์ฟีก็ไม่เหลือแม้แต่ชื่อ ดังที่คนทั้งหลายจึงว่าอย่าได้กลั่นแกล้งใคร...แม้แต่ตัวเคลปีน้ำก็ตาม
สรุปแล้ว กรณีนี้เข้าข้างตัวเคลปีที่น่าสงสารดีกว่า
ป.ล.มันเป็นภูตน่ะถูกแล้ว ร่างของมันเวลาไม่ได้เป็นม้าไง