หนังสือลับ

 
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Magcartoon Playground : สวนหย่อมแม็กการ์ตูน
อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป  
ผู้ตั้ง ข้อความ
ID: 297
victor
stage 1
stage 1
ลงสนาม: 23 02 2008
Point: 47

Game Points: 3
    
ตอบตอบเมื่อ: 25/11/2008 21:55    เรื่อง: หนังสือลับ ตอบโดยอ้างข้อความ

หนังสือที่ลึกลับที่สุดในโลก



ห้องสมุดเบนเนคเก้ ของมหาวิทยาลัยเยล สหรัฐอเมริกา เป็นแหล่งหนังสือหายาก

จาก ยุคกลาง และ เรอเนสซองส์ มีสมุดบันทึกที่มีนักวิชาการจำนวนมากได้แวะเวียนเข้ามาศึกษาโดยตลอด แต่ ไม่มีผู้ใดสามารถทำความเข้าใจสาระที่บันทึกไว้ในสมุดเล่มนี้ได้เลย



หนังสือเล่มนี้พบในปี 1912 โดยนักค้าหนังสือเก่าชาวอเมริกัน-รัสเซีย ชื่อนาย วิลฟริด เอ็ม. วอยนิช (Wilfrid M.Voynich) ขนาด 6 คุณ 9 นิ้ว หนา 11/2นิ้ว มีอยู่ 240 หน้า แต่บางหน้าขาดหายไป ปกสมุดทำจากหนังลูกวัวสีครีม ไม่มีการระบุชื่อผู้เขียน ชื่อเรื่องหรือปีที่เขียนใด ๆ ทั้งสิ้น

ราย ละเอียดมีทั้งภาพและอักษรในสมุดมีความเฉพาะตัวเขียนด้วยปากกาขนนกซึ่งทำให้ ดูสง่างาม เป็นตัวอักษรที่ไม่เคยพบเห็นในที่ใด ๆ ในโลกมาก่อนและ แทบทุกหน้ามีวาดภาพประกอบ มีทั้ง พืชพันธุ์ แปลก ๆ ภาพผู้หญิงเปลือย เชื่อมด้วยท่อที่ดูคล้ายเส้นโลหิต มีภาพคล้ายแผนผังเกี่ยวกับดาราศาสตร์ ที่มองจากกล้องเทเลสโคป และภาพคล้ายเซลล์ สิ่งมีชีวิตที่มองผ่านกล้องจุลทรรศน์



การได้มาของหนังสือเล่มนี้

นาย วอยนิช ได้มาจากอิตาลี และกลับไปอเมริกาเพื่อประกาศหาผู้เชี่ยวชาญมาดูเพื่อศึกษาและแปล อักขระ วันนี้ เกือบ 100 ปี ก็ยังไม่มีใครสามารถแปลความหมายของสมุดบันทึกเล่มนี้ได้แต่คำเดียว

ภาย ในสมุดมีจดหมายสอดอยู่ เขียนด้วยภาษาลาติน วันที่ 19 สิงหาคม 1666 เป็นจดหมายที่ โจฮันส์ มาร์คุส มาร์ซี่ อดีตอธิการบดีของ มหาวิทยาลัยชาร์ลส์ แห่งกรุงปราก (ปัจจุบัน อยู่ในสาธารณรัฐเชค) เขียนถึง อธานาเซียส เคอร์เชอร์ นักวิชาการนิกายเจซูอิท แห่งวิทยาลัยโรมาโน ในกรุงโรม เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านภาษา ผู้จัดทำ พจนานุกรมภาษาคอปติค (เป็นภาษาอียิปต์โบราณที่ใช้ในระหว่าง ปีค.ศ. 200-1100)


อนาธาเซีย เคอร์เชอร์

ภายในจดหมายมีใจความว่า “สมุดบันทึกที่ส่งมาด้วยนี้ จอร์จ บาเรช (Georg Baresch) เพื่อนสนิทได้มอบให้ข้าพเจ้าก่อนเสียชีวิต และเป็นผู้ซึ่งเคยได้ส่งสำเนาบางส่วนของสมุดเล่มนี้มาให้ท่านเพื่อลองศึกษา และแปลความหมายดูแล้ว แต่เวลานั้นท่านได้ขอให้ส่งสมุดทั้งเล่มมา แต่ บาเรช ได้ปฏิเสธ ทำให้เรื่องหายเงียบไปอย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้ายังมั่นใจว่าท่านจะสามารถแปลความหมายในสมุดบันทึกเล่มนี้ได้อย่าง แน่นนอน...”

[img] http://my.dek-d.com/cammy/showpic.php?pid=6431182 [/img]


นอก จากนี้ในจดหมายได้เล่าว่าสมุดเล่มนี้เคยอยู่ในครอบครองของจักรพรรดิ รูดอล์ฟที่ 2 แห่งโบฮีเมีย ปี 1552-1612 ซึ่งซื้อมาด้วยเหรียญทองคำถึง 600 เหรียญ (เทียบเท่าทองคำที่น้ำหนักประมาณ 3.5 กิโลกรัมในปัจจุบัน)เพราะเชื่อว่าเป็นสมุดบันทึกของโรเจอร์ เบคอน (Roger bacon-พระ โรมัน คาทอลิกชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียง ทั้ง ดาราศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ และ สาขาอื่น ๆ อีกมาก รวมทั้งเรื่องการแปรธาตุ เขามีชีวิตระหว่างปี 1214-1294) แต่มาร์ซีไม่มั่นใจ มีหลักฐานว่าในปี 1608 สมุดได้อยู่กับ เจโคบุส เดอ เทเพเนคซ์ (Jacobus de Tepenecz) ซึ่งเป็นแพทย์ส่วนพระองค์และเป็นผู้อำนวยการดูแลสวนสมุนไพรของจักรพรรดิรูดอล์ฟที่ 2 สันนิษฐานว่า พระองค์มอบให้เขาเพื่อศึกษา

หลังจากนั้น จนกระทั่ง เคอร์เชอร์ เสียชีวิต ในปี 1680 และถูกเก็บไว้ใน วิทยาโรมาโน (ปัจจุบันคือ Pontifical Gregorian University)

1870 กษัตริย์ วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล ที่ 2 แห่งอิตาลี (King Victor Emmanuel) ได้ส่งกองทัพเข้ายึดกรุงโรมและรวมกรุงโรมเข้ากับรัฐพาพัล(Papal State) เป็นรัฐบาลใหม่ของอิตาลี เข้ายึดทรัพย์สินของโบสถ์และห้องสมุดของวิทยาลัยแห่งนี้ แต่ทางวิทยาลัยได้แอบขนย้ายหนังสือต่าง ๆ ในห้องไปเก็บไว้ห้องสมุดส่วนตัวของ พีทรัส เบคซ์(Petrus Beckx) ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะเจซูอิท และอธิการบดีของวิทยาลัยในขณะนั้น

ต่อมาห้องสมุดก็ย้ายไปอยู่ในวิลล่า มอนดรากอน ที่ฟราสคาติ (Villa Mondragone) ใกล้กรุงโรม

แต่ ในปี 1912 ทางวิทยาลัยจำเป็นต้องแบ่งขายทรัพย์สินและหนังสือบางส่วนออกไป เนื่องจากขาดเงินหมุนเวียน และนายวอยนิช คือผู้ที่เข้ามารับซื้อไป

เมื่อนาย วอยนิชเสียชีวิตไป สมุดเล่มนี้ได้มีนักค้าหนังสือเก่าอีกคน ชื่อ ฮันส์ พี. เคราส์ (Hans P. Kraus) ซื้อมาและขายไป แต่ไม่มีใครซื้อ เขาจึงมอบสมุดเล่มนี้ให้กับ มหาวิทยาลัยเยล เก็บไว้

ใน สมุดเล่มนี้ได้บันทึกอะไรไว้บ้าง เนื่องจากอักขระไม่มีผู้สามารถถอดความได้ สิ่งเดียวที่จะชี้นำก็คือ รูปภาพภายในเล่ม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพของพืชพันธ์คล้ายสมุนไพรและแผนผัง ดาราศาสตร์ จึงเข้าใจว่าน่าจะเป็นสมุดบันทึกทางสายวิทยาศาสตร์

โดย เฉพาะด้านยาที่ทำจากสมุนไพร ซึ่งมีการพัฒนากันมากในยุคกลาง แต่บางแหล่งก็มีข้อสันนิษฐานเป็นบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวกับการแปรธาตุ ในช่วง ศตวรรษที่ 15 ที่พยายามแปรโลหะชนิดต่าง ๆ ให้เป็นทอง เพราะพบบางภาพในสมุดมีลักษณะคล้ายกับสัญลักษณ์ที่ใช้ในเรื่องของแร่ธาตุ และ เหตุผลที่สำคัญ พบว่า จักรพรรดิรูดอล์ฟที่ 2 ยอมซื้อสมุดเล่มนี้ถึง 600 เหรียญ พระองค์เป็นจักรพรรดิที่มีความสนใจสิ่งแปลกประหลาดยิ่งกว่ากษัตริย์อื่น ๆ ของยุโรป ทั้งยังเป็นผู้ที่ชอบเรื่องเวทมนต์ เล่มเกม ทำรหัส ทรงมีนักโหราศาสตร์รายล้อมอยู่มากมาย พระองค์เป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญในการค้นคว้าและเผยแพร่เรื่องการแปรธาตุอีก ด้วย

ลักษณะพื้นฐานของบันทึกออกได้เป็น 5 ส่วนคือ

1. ส่วน พฤกษศาสตร์ มีสาระประมาณ ครึ่งหนึ่งของสมุด ราว 130 หน้า

2. ส่วนดาราศาสตร์ และจักรวาล ส่วนนี้มี 26 หน้า

3. ส่วนชีววิทยา ส่วนนี้มี 4 หน้า กับ 28 ภาพวาด

4. ส่วน เภสัชศาสตร์ มีความคล้ายกับส่วนพฤกษศาสตร์ ส่วนนี้มี 34 หน้า

5. สูตร คาดว่าเกี่ยวกับสูตรยาเพราะมีการเขียนด้วยย่อหน้าสั้น ๆ ส่วนนี้มี 23 หน้า

แต่หน้าส่วนท้ายคือหน้า สันนิษฐานกันว่าเป็นบันทึกกุญแจไขปริศนาอักษร อีก 1 หน้า ที่ใช้ในสมุดบันทึกเล่มนี้ทั้งหมด

ผู้ เชี่ยวชาญส่วนมากมักคิดว่าไม่ยากที่จะเข้าใจ แต่ ในที่สุดก็พบว่า จากการวิเคราะห์ในแง่ภาษาศาสตร์ ตัวอักษรที่บันทึกไว้ไม่ได้มีพื้นฐานมาจากภาษาลาติน อังกฤษ เยอรมัน หรือภาษาใด ๆ ที่เคยพบมาก่อน

ตามหลัก Zipf:s law แล้ว ก็พบว่าสอดคล้องกับภาษาทั่วไป แต่แตกต่างจากภาษาในยุโรป เช่น ไม่มีคำที่ประกอบด้วยพยัญชนะมาก ตั้งแต่ 10 ตัวขึ้นไป หรือน้อยแค่ 1-2 ตัว บางตัวใช้เป็นตัวสุดท้ายเท่านั้น บางตัวอยู่เฉพาะตรงกลาง ตามลักษณะของภาษาอารบิค แต่ ไม่มีในภาษาโรมัน กรีก และกรีกโบราณ เรียกว่า ซีริลลิค (Cyrillic)



การวิเคราะห์ในแง่ของรหัส

ทีมผู้เชี่ยวชาญการเขียนรหัส NSA(National Security Agency) ของสหรัฐอเมริกา นำโดย นาย วิลเลียม เอฟ. ฟรายด์แมน ก็ไม่สามารถสรุปว่าสอดคล้องกับหลักการเขียนรหัสชนิดใด ไม่ว่าจะเป็นการเขียนรหัส แบบ Substitution Cipher ส่วนแบบ Polyalphabetic นั้นคิดค้นราวปี 1467 ซึ่งใกล้เคียงกับอายุของสมุดเล่มนี้ แต่ก็ไม่ใช่อีก เพราะรหัสแบบนี้จะทำให้หลักภาษาธรรมหรือ Zipf’s law หายไป การเขียนรหัสแบบ codebook Cipher, Visaul Cipher และ Stenography ก็ตกไปทั้งหมด

สมมติฐาน ที่ พอจะเป็นไปได้ ชาคส์ กาย นักภาษาศาสตร์ได้เสนอว่า อักษรเหล่านี้อาจเป็นการบันทึกเสียงของภาษาธรรมชาติของชาติตะวันออกเช่นภาษา จีน ด้วยอักษรที่ประดิษฐ์ขึ้น มาใหม่ ความถี่คล้ายกับเนื้อความในภาษาจีน และภาษาเวียดนาม อมาปลายปี 2003 นี้เอง ซบิกนิว บานาชิค (Zbigniew Banasik) ชาวโปแลนด์ ก็แสดงความเห็น ว่า สมุดเล่มนี้เขียนด้วยภาษาแมนจูเรียน และได้ลองแปลเพียงหน้าแรกของสมุดออกมา แต่เขาก็ไม่สามารถทำได้สมบูรณ์



การตั้งสมมติฐานถึงผู้ที่เขียนเป็นผู้เขียนสมุดเล่มนี้ ที่อยู่ในข่าย

คน แรก คือ โรเจอร์ เบค่อน เพราะเป็นชื่อที่ทำให้จักรพรรดิรูดอล์ฟ ยอมจ่ายถึง 600 เหรียญทองคำ ซึ่งในปี 1919 วิลเลียม โรเมน นิวโบลด์ ได้ยืนยันว่าสมุดเล่มนี้เป็น งานของ โรเจอร์ เบค่อน จริง เพราะเบค่อนคือผู้ประดิษฐ์กล้องเทเลสโคปและกล้องจุลทรรศน์ แต่ในปี 1931 ก็ถูกโต้แย้งว่าการมองเห็นกาแลคซี แอนโดรมีดา และโครงสร้างเซลล์ของสิ่งมีชีวิต นั้น ต้องใช้กล้องเทเลสโคปและกลอ้งจุลทรรศน์ที่ทันสมัยเท่านั้น

คน ต่อไปคือ จอน ดี นักคณิตศาสตร์ และดาราศาสตร์ แห่งราชสำนักควีนอลิซาเบธที่ 1 และ เป็นผู้ที่สะสมงานเขียนของเบค่อน สมมุติว่า เบค่อนเป็นผู้เขียน สรุปว่า ดีคือผู้นำไปขายแก่จักรพรรดิรูดอล์ฟที่ 2 แต่ก็ไม่มีน้ำหนักพอและถูกโต้แย้งจนตกไป

ดร. อีดิธ เชอร์วูด (Edith Sherwood) ได้เสนอในปี 2002 นี้เองว่า สมุดเล่มนี้เป็นของ ลีโอนาร์โด ดาวินชี Davinci code ของจริง ประเด็นที่เขาหยิบยกขึ้นมามีน้ำหนักไม่น้อย

1. คือ ส่วนดาราศาสตร์นั้น มีภาพหนึ่งที่มีสัญลักษณ์ ราศีเมษ อยู่ตรงกลางและมีผู้หญิงเปลือย 15 คน ยืนอยู่ในถัง ซึ่งรายล้อมรอบจักรราศี ส่วนใหญ่กำลังตั้งท้อง ในถัง ใบหนึ่งแปลกออกไป คือมีผู้หญิงอยู่กับเด็กคนหนึ่งโดยผู้หญิงนั้นมีหน้าท้องแบน เธอถือคฑา ในยุคกลางนั้นจะทำการคลอดลูกในถังน้ำ ทำให้สันนิษฐานว่าเป็นการบันทึกกำเนิดของใครสักคนในวันที่ 15 เมษายน ระหว่าง 21 นาฬิกา-เที่ยงคืน เพราะตำแหน่งของถังน้ำที่มีเด็กกับผู้หญิงนั้นอยู่ตรงกลางระหว่างเลข 9 ถึงเลข 12 ของหน้าปัดนาฬิกา ในยุคกลางนั้นแตกต่างจากปัจจุบัน ทั้ง 24 ชั่วโมงบนหน้าปัดและมีเข็มชี้ เวลาเพียงก้านเดียว

ดร. เชอร์วูดบอกว่า ในยุคนั้น จะเริ่มนับวันใหม่หลังจากพระอาทิตย์ตกและเขายังได้เคยอ่านพบบันทึกปู่ของดา วินชี เกี่ยวกับการเกิดของหลานชายคือ ดาวินชี ในปี 1452 ว่า”...หลานชายของฉัน, ลูกชายของ Ser Piero เกิดในวันที่ 15 เมษายน วันเสาร์ เวลา 3 นาฬิกา กลางคืน เขาชื่อว่า Lionardo …” และเมื่อเช็คจากปฏิทินของยุคนั้นพบเป็นเวลา 3 นาฬิกากลางคืน หมายถึงเวลาประมาณ 22 นาฬิกา ภาพในถังน้ำที่มีเด็กมีตัวเลข 1452 ภาพที่พอแปลได้ จากการมองภาพสะท้อนในกระจกเงา คือ “Sabatta notto” ซึ่งแปลว่า Saturday night จะเห็นได้ว่า ความบังเอิญนี้เกิดขึ้นได้ยาก ที่จะมีคนอื่น ที่กำเนิดวันและเวลาเดียวกันกับ ลีโอนาร์โด ดาวินชี

2. คือ จุดตรงกลาง ของภาพเดียวกันนั้นมีภาพแกะที่เป็นสัญลักษณ์ของราศีเมษ อยู่ และตัวอักษรใต้ภาพแกะนั้น เมื่อมองในกระจกเงาจะเห็นคล้ายคำว่า ‘Lionardo’ โดยมีตัว r เขียนเสริมไว้ด้านบน ซึ่งเห็นว่าคล้ายกับลายเซ้นของ ลีโอนาร์โด ดาวินชี ซึ่งเขาสะกดชื่อ ตัวเองว่า ‘Lionardo’ ไม่ใช่ ‘Leonardo’ อย่างที่ใช้กันในปัจจุบัน

[img] http://my.dek-d.com/cammy/showpic.php?pid=6431341 [/img]

ข้อ สุดท้าย ในส่วนดาราศาสตร์ ที่ต้องมองผ่านกระจกเงาจึงจะเข้าใจ เป็นภาพเกี่ยวกับแผนภูมิจักราศี แต่ละราศีก็มีชื่อกำกับไว้ ก็พอจะอ่านชื่อของแต่ละภาพได้ แต่บางชื่อก็ไม่ได้เขียนแบบกลับด้าน

ภาพ คล้ายแกแลคซี ที่แสดงทิศทางตามเข็มนาฬิกา ซึ่งตามจริงคือต้องทวนเข็มนาฬิกา เพราะฉะนั้น เป็นภาพที่ต้องมองผ่านกระจกเงาเช่นกัน และเป็นที่ทราบกันดีว่า ดาวินชี มีความชำนาญวาดภาพและเขียนตัวหนังสือกลับด้าน

ดัง นั้น การสันนิษฐาน ถ้าหากว่า ดาวินชีเขียนหนังสือเล่มนี้จริง ก็คงไม่ใช่งานเขียนตอนที่เขาเป็นผู้ใหญ่ เพราะมีหลายภาพมีการเขียนแบบ เด็ก ๆ เช่น ภาพของพืชพันธุ์ในส่วนพฤกษศาสตร์ แต่ละต้นมีดอก ราก และใบที่ไม่สอดคล้องกัน ภาพราศี และภาพในส่วนของชีววิทยา ก็ดูคล้ายฝีมือเด็ก

ส่วน เรื่องราวในวัยเยาว์ของดาวินชี นั้นไม่สามารถหาได้ จึงยากแก่การสันนิษฐาน อย่างไรก็ตาม ดร.เชอร์วูด สรุป ว่า ลีโอนาร์โด ดาวินชี คือผู้ที่เขียนขึ้นมา เมื่อ เขาอายุ 8 ขวบ ราวปี 1460

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อได้ค้นหา ภาพที่เป็นงานเขียนของดาวินชี เช่น ภาพ Embryos และ ภาพ Vitruvian man มาเปรียบเทียบกับสมุดบันทึกแล้วจะดูไปในทิศทางเดียวกัน

[img] http://my.dek-d.com/cammy/showpic.php?pid=6431388 [/img]

อย่าง ไรก็ตามสมุดบันทึกเล่มนี้ ไม่ว่าจะเป็นงานเขียนของใคร ผู้เขียน สามารถเขียนอักษรที่ประดิษฐ์ขึ้นมาอย่างชำนาญ และยังสามารถรักษาความลับของผู้เขียนได้นานเกือบ 600 ปี ยังไงก็คงต้องใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยนี้ก็ยังไม่แน่ว่าจะไขปริศนาในสมุดเล่ม นี้ได้ ผู้เชี่ยวชาญจึงยกให้เป็น สมุดบันทึกที่ลึกลับที่สุดในโลก.








ขึ้นไปข้างบน
ID: 10925
0iceman0
stage 1
stage 1
ลงสนาม: 03 12 2008
Point: 4

Game Points: 0
    
ตอบตอบเมื่อ: 09/12/2008 23:15    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

บอกเราไมอะ•—•
ขึ้นไปข้างบน
ID: 10925
0iceman0
stage 1
stage 1
ลงสนาม: 03 12 2008
Point: 4

Game Points: 0
    
ตอบตอบเมื่อ: 09/12/2008 23:15    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

บอกเราไมอะ•—•
ขึ้นไปข้างบน
ID: 10685
>STa|2`LighT
stage 2
stage 2
ลงสนาม: 22 11 2008
Point: 158

Game Points: 1
    
ตอบตอบเมื่อ: 10/12/2008 12:12    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

อ่าฮะ หนังสือลับ
ขึ้นไปข้างบน
ID: 68
leviathan
stage 11
stage 11
ลงสนาม: 21 02 2008
Point: 3853
View My Character

Game Points: 610
    
ตอบตอบเมื่อ: 10/12/2008 19:42    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

น่าสนใจมากๆ คับ
ขึ้นไปข้างบน
ID: 9597
foogline
stage 1
stage 1
ลงสนาม: 15 10 2008
Point: 15

Game Points: 0
    
ตอบตอบเมื่อ: 16/12/2008 15:25    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

น่าสนใจ
ขึ้นไปข้างบน
ID: 1189
Tuesday_GIRL
stage 2
stage 2
ลงสนาม: 06 03 2008
Point: 234

Game Points: 46
    
ตอบตอบเมื่อ: 16/12/2008 21:19    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ตั้ง 600 ปี

ควรค่าแก่การักษาและไขปริศนาค่ะ
ขึ้นไปข้างบน
ID: 11263
kingcesar
stage 1
stage 1
ลงสนาม: 17 12 2008
Point: 11

Game Points: 0
    
ตอบตอบเมื่อ: 18/12/2008 11:15    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

น่าสนใจ และลึกลับจริงอย่างที่พูดเนอะ
ขึ้นไปข้างบน
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:   
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Magcartoon Playground : สวนหย่อมแม็กการ์ตูน
หน้า 1 of 1