| อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป |
|
| ผู้ตั้ง |
ข้อความ |
|
ID: 261
suriya00 |
 |
| stage 3 |
| ลงสนาม: 22 02 2008 |
Point: 371
View My Character
|
Game Points: 132 |
| |
|
|
ตอบเมื่อ: 29/02/2008 19:48 เรื่อง: ลาพูต้า(ถ้ามีความอดทนในการอ่าน^0^) |
|
|
ลาพูต้า ปรากฏในนิยายกัลลิเวอร์ผจญภัย ของ Jonathan Swift ครับ กับการผจญภัยของกระทาชายที่ผ่านไปเจอดินแดนแปลกๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเมืองลิลิพุท ดินแดนแปลกประหลาดต่างๆ คาดว่าเราน่าจะคุ้นเคยกันดีอยู่ สวิฟท์ ใช้กัลลิเวอร์ผจญภัยเป็นตัวแทนในการเสียดสีรัฐบาล แคแร็คเตอร์ ดินแดน การปกครองที่ปรากฏอยู่ในเรื่อง ล้วนสะท้อนความต้องการและความฝันของนักเขียนท่านนี้ออกมาอย่างชัดเจน ลองหาอ่านกันดูนะครับ
ลาพูต้า (LAPUTA) คืออะไร ?? หลายคนคงสงสัยและอีกหลายๆ คนคงรู้จักลาพูต้านี้ดี ในการ์ตูนเรื่อง "มืออสูรล่าปีศาจ" ก็มีตอนนึงที่กล่าวถึงลาพูต้านี้ ใช่แล้วละครับ เจ้าลาพูต้าที่ว่านี้เป็นเกาะลอยฟ้าครับ บางคนก็เรียกปราสาทลอยฟ้า ตามแต่จะเรียกกันไป แล้วทำไมถึงไปลอยอยู่บนฟ้าได้ล่ะ ? แล้วมันคืออะไร ? คงเป็นคำถามที่ตามมา เอาละครับเราลองไปดูเรื่องราวเจ้าเกาะนี้กันดีกว่า เกาะนี้แหละครับที่นายเลมูเอล กัลลิเวอร์ (Lamuel Gulliver) ได้เห็นเมื่อเดือนกรกฎาคมของปี ค.ศ.1707 ที่ละติจูด 46 องศาเหนือ ลองติจูด 1873 ซึ่งอยู่ระหว่างประเทศญี่ปุ่นและโอเรกอน
สาเหตุที่ทำให้กัลลิเวอร์พบลาพูต้ามาจากการที่โดนจับโยนลงทะเลบนด้วยเรือแคนูโดยโจรสลัด และไปลอยไปติดเกาะอยู่คืนหนึ่ง พอวันต่อมาเขาก็ได้เห็นวัตถุขนาดยักษ์ลอยอยู่บนท้องฟ้าที่ความสูงประมาณ 2.5 กิโลเมตรจากพื้นที่เขายืนอยู่ !!! เอาละครับ เป็นใครก็ต้องตะลึงทั้งนั้นถ้าเจอเหตุการณ์อย่างนี้เข้า เอาละครับเข้าเรื่องต่อดีกว่า อิอิ หลังจากกัลลิเวอร์จ้องมองดูอย่างพิศวงว่านี่มันอะไรหนอ เจ้าเกาะลอยฟ้าก็เริ่มเคลื่อนตัวมาใกล้อย่างช้าๆ จนกระทั่งมาลอยอยู่บนเหนือหัวของกัลลิเวอร์พอดี๊ พอดี แต่ทว่า….สูงจากที่กัลลิเวอร์ยืนอยู่เพียงราว 100 เมตร เอาละวา นายกัลลิเวอร์ก็ตะลึงซิครับก็มันใหญ่โตอะไรจะขนาดนั้น พอเริ่มหายตะลึงก็เริ่มสังเกตรายละเอียด ของเจ้าปราสาทหรือเกาะนี้อย่างพินิจพิเคราะห์ เค้าบรรยายไว้ว่างี้ครับ
พื้นใต้ท้องเจ้าลาพูต้าเนี่ยเป็นมันแวววาวราวดุจกระจกเหมือนโลหะที่ผ่านการขัดมาอย่างดี จากนั้นพอสังเกตขึ้นไปยังด้านบนของเจ้าสิ่งนี้ก็เห็นเหมือนเงาคนมากมายกำลังจ้องมองมาที่เค้าอยู่ สักพักก็ได้เรื่องครับ คนบนสิ่งนั้นได้ส่งพาหนะคล้ายๆ กับเก้าอี้ลงมารับขึ้นยานไป เป็นบ้านเรือนทรงประหลาดที่ไม่มีมุมของบ้านเลย คือเป็นทรงกลมตามลักษณะของยานและก็สิ่งก่อสร้างแปลกตามากมาย รวมไปถึงปราสาท ด้วยทีแรกกัลลิเวอร์ไม่สามารถสื่อสารหรือพูดจากับใครได้แต่ฟังภาษาของพวกเขาไม่รู้เรื่อง หลังจากที่ใช้ชีวิตบนลาพูต้า (ที่เค้ารู้ชื่อทีหลังจากขึ้นยาน) เป็นเดือนๆ ก็สามารถเข้าใจภาษาของชาวลาพูต้าได้และเรียนรู้เรื่องราวของลาพูต้ามากขึ้น ว่าลาพูต้ามีรูปร่างลักษณะเป็นวงกลมมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 7.166 กิโลเมตร
ยัง…ยังไม่พอครับ พื้นชั้นต่อมาของลาพูต้านั้นทำจากแร่ที่มีความแข็งแกร่งเท่ากับเพชรมีความหนา 182 เมตร (อารัยมันจะขนาดน้านนนนน ใช่มั๊ยครับ อลังการงานสร้างมาก ~~ อิอิ ) โดยไว้รองรับเนินรูปทรงโดมซึ่งประกอบไปด้วยชั้นหินหนา 3.5 เมตร ปิดทับด้านบนอีกที
เอ แล้วมันลอยอยู่สูงจากพื้นดินถึงเพียงนี้ แล้วเรื่องน้ำกินน้ำใช้ของลาพูต้าล่ะ ? นี่ก็หายห่วงครับ คือภายในโดมจะเป็นที่เก็บรวบรวมความชื้นไว้จากบรรยากาศ และจะกลั่นตัวกลายเป็นหยดน้ำไหลตามทางโดมลงไปยังอ่างเก็บน้ำทั้ง 4 อ่างภายด้านนอก ไม่ต้องห่วงเรื่องปริมาณครับ ก็ดูซิครับว่าขนาดของลาพูต้าน่ะใหญ่โตมาก ปริมาณน้ำที่ได้จากโดมก็มากตามไปด้วย แล้วขนาดของอ่างเก็บน้ำแต่ละอ่างนั้นมีเส้นรอบวง 803 เมตร ใหญ่เอาการทีเดียวครับ ซึ่งบางทีปริมาณที่มากไปของน้ำและความชื้นของน้ำนี้อาจก่อปัญหาบ้าง แต่ลาพูต้าก็จะสามารถกำจัดมันได้ โดยการลอยขึ้นไปเหนือเมฆให้แสงอาทิตย์ช่วยให้มันระเหยออกไปบ้าง ส่วนเรื่องอาหารก็หายห่วงอีกเช่นกัน ก็มีเนื้อที่ตั้งขนาดนั้น เรื่องปลูกข้าวเลี้ยงสัตว์ไม่ใช่ปัญหาเลยครับ สามารถที่จะดำรงค์ชีวิตอยู่ได้อย่างสบายๆ เลย ทั้งยังมีประดิษฐกรรมเทคโนโลยีล้ำจินตนาการ เช่นทำแสงอาทิตย์จากแตงกวา นำหินอ่อนมาทำให้นุ่มเพื่อเป็นหมอน
จากนิยายของ โจนาธาน สวิฟต์ ครับ
แล้วลาพูต้านี่บังคับหรือว่าควบคุมยังไง ? นี่เลยครับตรงกลางของโดมนั้นละครับจะพาไปสู่ห้องเครื่องมือและเครื่องยนต์ ที่มีความยาวถึง 91 เมตร นับว่ากว้างพอดูทีเดียวเจียวละครับ แต่จะมีดวงไฟเพียง 20 ดวง แต่ว่าผิวห้องเครื่องควบคุมนี้ก็เหมือนกับใต้ท้องยานนั่นละครับ คือมีความมันวาวเพราะงั้นไฟเพียง 20 ดวงจึงให้แสงสว่างที่พอเพียง ส่วนอุปกรณ์ภายในห้องนี้ก็มีหลายรูปแบบครับ ตั้งแต่กล้องส่องทางไกล เครื่องวัดองศา เครื่องนำร่อง และเครื่องมือต่างทางดาราศาสตร์และภูมิศาสตร์ต่างอีกมาก แต่ว่าครับ การที่ลาพูต้าเนี่ยสามารถเคลื่อนไหว ลอยไปมาได้ มีความลับอยู่ตรงนี้ครับ สนามแม่เหล็กหรือแรงแม่เหล็กนั่นเองครับที่เป็นตัวช่วยให้ลาพูต้าลอยไปมาได้ ซึ่งจะมีเครื่องมือที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของสนามแรงแม่เหล็กอยู่ที่ห้องควบคุม แต่อีกนั่นแหละครับ ลาพูต้าเนี่ยไม่สามารถบินไปไกลเกินกว่าที่อำนาจสนามแม่เหล็กจะส่งออกมาได้ ซึ่งศูนย์กลางของสนามแรงแม่เหล็กอยู่ที่นครหรือเมืองบัลนิบาร์บิ (Balnibarbi) ที่เป็นเกาะอยู่กลางทะเล ซึ่งลาพูต้าจะไม่สามารถบินสูงกว่า 6.4 กิโลเมตรและไปไกลจากเมืองบัลนิบาร์บิได้เกินกว่า 24 กิโลเมตร เพราะขีดจำกัดทางด้านสนามแม่เหล็ก
เมื่อมีเมืองก็ต้องมีเจ้าเมือง , กษัตริย์ , จักรพรรดิ เป็นของคู่กัน ลาพูต้าก็เช่นกันครับ มีจักพรรดิปกครองอยู่ด้วยซึ่งจักรพรรดิกับบรรดาข้าราชบริพารก็จะอาศัยอยู่บนลาพูต้า เพราะจะได้ปกครองบรรดาประชาชนหรือเมืองได้ง่ายขึ้น เพียงถ้าเมืองไหนเกิดการแข็งข้อหรือคิดการไม่ซื่อ จักรพรรดิก็เพียงนำลาพูต้าไปลอยอยู่เหนือเมืองนั้นแล้วทิ้งระเบิดหรือ ทิ้งหินลงมาเป็นการสั่งสอน หนักเข้าก็สั่งให้ลาพูต้าลอยลงทับเมืองนั้นจนพังทลายราบเป็นหน้ากลองเอาเสียเลยเป็นการลงโทษขั้นรุนแรง
นอกจากนั้นกัลลิเวอร์ได้สังเกตอีกว่า ทั้งจักรพรรดิและบรรดานักวิทยาศาสตร์นั้นต่างก็เป็นผู้ที่ชื่นชอบ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และดนตรีอย่างมาก เรียกได้ว่าเข้าสายเลือดกันเลยทีเดียว จนสามารถพัฒนาเครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก และยังสามารถคิด คำนวณปรากฏการณ์ต่างๆ จากดวงดาวได้อย่างมากมาย นับว่าเป็นเมืองและชนชาติที่มีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีอย่างสูง นี่ก็เป็นเรื่องราวที่กัลลิเวอร์ได้บันทึกเอาไว้ มาถึง ณ ปัจจุบัน ลาพูต้าจะมีโอกาสแสดงตัวออกมา หรือว่าบรรดาผู้คนจะมีโอกาสได้เห็นอีกหรือเปล่า หรือว่าบรรดานักวิทยาศาสตร์สามารถคิด พัฒนาและประดิษฐ์เทคโนโลยีที่สามารถทำให้ลาพูต้าลอยได้ด้วยตัวเองสำเร็จแล้ว จนสามารถไปจากนครบัลนิบาร์บิโดยไม่ต้องอาศัยสนามแม่เหล็กจากเมือง แล้วออกไปสำรวจโลกหรือจักรวาลตามวิสัยของชาวบัลนิบาร์บิ จึงอาจจะพอเป็นคำตอบได้ว่าหลังจากยุคสมัยของกัลลิเวอร์แล้วทำไมเราไม่ได้เห็น "ลาพูต้าเกาะลอยฟ้า" กันอีกเลย
เป็นไงครับสนุกไหมครับ  |
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
|
ID: 696
Au_PP |
 |
| stage 1 |
| ลงสนาม: 28 02 2008 |
Point: 79
|
Game Points: 2 |
| |
|
|
ตอบเมื่อ: 29/02/2008 19:53 เรื่อง: |
|
|
โห้ ยาว จริงๆครับแต่ก็ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ แต่ยังข้องใจว่ามันคืออะไรครับ
ขนาดอ่านๆไปไดครึ่งนึงก็ยัง งง อยู่เลย |
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
|
ID: 261
suriya00 |
 |
| stage 3 |
| ลงสนาม: 22 02 2008 |
Point: 371
View My Character
|
Game Points: 132 |
| |
|
|
ตอบเมื่อ: 29/02/2008 20:02 เรื่อง: |
|
|
บอกแล้วต้องอดทน  |
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
|
ID: -1
xigbarz |
|
| ผู้มาเยือน |
|
|
|
|
| |
|
|
ตอบเมื่อ: 02/03/2008 17:10 เรื่อง: |
|
|
| งะ -*- ยาววววววววววววววววววววเกิ๊น |
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
|
ID: 185
tsukasakung |
 |
| stage 18 |
| ลงสนาม: 21 02 2008 |
Point: 13121
View My Character
|
Game Points: 776 |
|
|
|
ตอบเมื่อ: 02/03/2008 17:18 เรื่อง: |
|
|
ท่านน่าจะตกแต่งสีตัวอักษร
เพื่อที่จะสนใจในการอ่านนะครับ |
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
|
ID: 69
b_bonglang |
 |
| stage 4 |
| ลงสนาม: 21 02 2008 |
Point: 697
|
Game Points: 0 |
| |
|
|
ตอบเมื่อ: 08/03/2008 11:30 เรื่อง: |
|
|
เห็นด้วยคึ มามะเดี๊ยฝนจาสาระเนให้...
ลาพูต้า ปรากฏในนิยายกัลลิเวอร์ผจญภัย ของ Jonathan Swift ครับ กับการผจญภัยของกระทาชายที่ผ่านไปเจอดินแดนแปลกๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเมืองลิลิพุท ดินแดนแปลกประหลาดต่างๆ คาดว่าเราน่าจะคุ้นเคยกันดีอยู่ สวิฟท์ ใช้กัลลิเวอร์ผจญภัยเป็นตัวแทนในการเสียดสีรัฐบาล แคแร็คเตอร์ ดินแดน การปกครองที่ปรากฏอยู่ในเรื่อง ล้วนสะท้อนความต้องการและความฝันของนักเขียนท่านนี้ออกมาอย่างชัดเจน ลองหาอ่านกันดูนะครับ
ลาพูต้า (LAPUTA) คืออะไร ?? หลายคนคงสงสัยและอีกหลายๆ คนคงรู้จักลาพูต้านี้ดี ในการ์ตูนเรื่อง "มืออสูรล่าปีศาจ" ก็มีตอนนึงที่กล่าวถึงลาพูต้านี้ ใช่แล้วละครับ เจ้าลาพูต้าที่ว่านี้เป็นเกาะลอยฟ้าครับ บางคนก็เรียกปราสาทลอยฟ้า ตามแต่จะเรียกกันไป แล้วทำไมถึงไปลอยอยู่บนฟ้าได้ล่ะ ? แล้วมันคืออะไร ? คงเป็นคำถามที่ตามมา เอาละครับเราลองไปดูเรื่องราวเจ้าเกาะนี้กันดีกว่า เกาะนี้แหละครับที่นายเลมูเอล กัลลิเวอร์ (Lamuel Gulliver) ได้เห็นเมื่อเดือนกรกฎาคมของปี ค.ศ.1707 ที่ละติจูด 46 องศาเหนือ ลองติจูด 1873 ซึ่งอยู่ระหว่างประเทศญี่ปุ่นและโอเรกอน
สาเหตุที่ทำให้กัลลิเวอร์พบลาพูต้ามาจากการที่โดนจับโยนลงทะเลบนด้วยเรือแคนูโดยโจรสลัด และไปลอยไปติดเกาะอยู่คืนหนึ่ง พอวันต่อมาเขาก็ได้เห็นวัตถุขนาดยักษ์ลอยอยู่บนท้องฟ้าที่ความสูงประมาณ 2.5 กิโลเมตรจากพื้นที่เขายืนอยู่ !!! เอาละครับ เป็นใครก็ต้องตะลึงทั้งนั้นถ้าเจอเหตุการณ์อย่างนี้เข้า เอาละครับเข้าเรื่องต่อดีกว่า อิอิ หลังจากกัลลิเวอร์จ้องมองดูอย่างพิศวงว่านี่มันอะไรหนอ เจ้าเกาะลอยฟ้าก็เริ่มเคลื่อนตัวมาใกล้อย่างช้าๆ จนกระทั่งมาลอยอยู่บนเหนือหัวของกัลลิเวอร์พอดี๊ พอดี แต่ทว่า….สูงจากที่กัลลิเวอร์ยืนอยู่เพียงราว 100 เมตร เอาละวา นายกัลลิเวอร์ก็ตะลึงซิครับก็มันใหญ่โตอะไรจะขนาดนั้น พอเริ่มหายตะลึงก็เริ่มสังเกตรายละเอียด ของเจ้าปราสาทหรือเกาะนี้อย่างพินิจพิเคราะห์ เค้าบรรยายไว้ว่างี้ครับ
พื้นใต้ท้องเจ้าลาพูต้าเนี่ยเป็นมันแวววาวราวดุจกระจกเหมือนโลหะที่ผ่านการขัดมาอย่างดี จากนั้นพอสังเกตขึ้นไปยังด้านบนของเจ้าสิ่งนี้ก็เห็นเหมือนเงาคนมากมายกำลังจ้องมองมาที่เค้าอยู่ สักพักก็ได้เรื่องครับ คนบนสิ่งนั้นได้ส่งพาหนะคล้ายๆ กับเก้าอี้ลงมารับขึ้นยานไป เป็นบ้านเรือนทรงประหลาดที่ไม่มีมุมของบ้านเลย คือเป็นทรงกลมตามลักษณะของยานและก็สิ่งก่อสร้างแปลกตามากมาย รวมไปถึงปราสาท ด้วยทีแรกกัลลิเวอร์ไม่สามารถสื่อสารหรือพูดจากับใครได้แต่ฟังภาษาของพวกเขาไม่รู้เรื่อง หลังจากที่ใช้ชีวิตบนลาพูต้า (ที่เค้ารู้ชื่อทีหลังจากขึ้นยาน) เป็นเดือนๆ ก็สามารถเข้าใจภาษาของชาวลาพูต้าได้และเรียนรู้เรื่องราวของลาพูต้ามากขึ้น ว่าลาพูต้ามีรูปร่างลักษณะเป็นวงกลมมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 7.166 กิโลเมตร
ยัง…ยังไม่พอครับ พื้นชั้นต่อมาของลาพูต้านั้นทำจากแร่ที่มีความแข็งแกร่งเท่ากับเพชรมีความหนา 182 เมตร (อารัยมันจะขนาดน้านนนนน ใช่มั๊ยครับ อลังการงานสร้างมาก ~~ อิอิ ) โดยไว้รองรับเนินรูปทรงโดมซึ่งประกอบไปด้วยชั้นหินหนา 3.5 เมตร ปิดทับด้านบนอีกที
เอ แล้วมันลอยอยู่สูงจากพื้นดินถึงเพียงนี้ แล้วเรื่องน้ำกินน้ำใช้ของลาพูต้าล่ะ ? นี่ก็หายห่วงครับ คือภายในโดมจะเป็นที่เก็บรวบรวมความชื้นไว้จากบรรยากาศ และจะกลั่นตัวกลายเป็นหยดน้ำไหลตามทางโดมลงไปยังอ่างเก็บน้ำทั้ง 4 อ่างภายด้านนอก ไม่ต้องห่วงเรื่องปริมาณครับ ก็ดูซิครับว่าขนาดของลาพูต้าน่ะใหญ่โตมาก ปริมาณน้ำที่ได้จากโดมก็มากตามไปด้วย แล้วขนาดของอ่างเก็บน้ำแต่ละอ่างนั้นมีเส้นรอบวง 803 เมตร ใหญ่เอาการทีเดียวครับ ซึ่งบางทีปริมาณที่มากไปของน้ำและความชื้นของน้ำนี้อาจก่อปัญหาบ้าง แต่ลาพูต้าก็จะสามารถกำจัดมันได้ โดยการลอยขึ้นไปเหนือเมฆให้แสงอาทิตย์ช่วยให้มันระเหยออกไปบ้าง ส่วนเรื่องอาหารก็หายห่วงอีกเช่นกัน ก็มีเนื้อที่ตั้งขนาดนั้น เรื่องปลูกข้าวเลี้ยงสัตว์ไม่ใช่ปัญหาเลยครับ สามารถที่จะดำรงค์ชีวิตอยู่ได้อย่างสบายๆ เลย ทั้งยังมีประดิษฐกรรมเทคโนโลยีล้ำจินตนาการ เช่นทำแสงอาทิตย์จากแตงกวา นำหินอ่อนมาทำให้นุ่มเพื่อเป็นหมอน จากนิยายของ โจนาธาน สวิฟต์ ครับ
แล้วลาพูต้านี่บังคับหรือว่าควบคุมยังไง ? นี่เลยครับตรงกลางของโดมนั้นละครับจะพาไปสู่ห้องเครื่องมือและเครื่องยนต์ ที่มีความยาวถึง 91 เมตร นับว่ากว้างพอดูทีเดียวเจียวละครับ แต่จะมีดวงไฟเพียง 20 ดวง แต่ว่าผิวห้องเครื่องควบคุมนี้ก็เหมือนกับใต้ท้องยานนั่นละครับ คือมีความมันวาวเพราะงั้นไฟเพียง 20 ดวงจึงให้แสงสว่างที่พอเพียง ส่วนอุปกรณ์ภายในห้องนี้ก็มีหลายรูปแบบครับ ตั้งแต่กล้องส่องทางไกล เครื่องวัดองศา เครื่องนำร่อง และเครื่องมือต่างทางดาราศาสตร์และภูมิศาสตร์ต่างอีกมาก แต่ว่าครับ การที่ลาพูต้าเนี่ยสามารถเคลื่อนไหว ลอยไปมาได้ มีความลับอยู่ตรงนี้ครับ สนามแม่เหล็กหรือแรงแม่เหล็กนั่นเองครับที่เป็นตัวช่วยให้ลาพูต้าลอยไปมาได้ ซึ่งจะมีเครื่องมือที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของสนามแรงแม่เหล็กอยู่ที่ห้องควบคุม แต่อีกนั่นแหละครับ ลาพูต้าเนี่ยไม่สามารถบินไปไกลเกินกว่าที่อำนาจสนามแม่เหล็กจะส่งออกมาได้ ซึ่งศูนย์กลางของสนามแรงแม่เหล็กอยู่ที่นครหรือเมืองบัลนิบาร์บิ (Balnibarbi) ที่เป็นเกาะอยู่กลางทะเล ซึ่งลาพูต้าจะไม่สามารถบินสูงกว่า 6.4 กิโลเมตรและไปไกลจากเมืองบัลนิบาร์บิได้เกินกว่า 24 กิโลเมตร เพราะขีดจำกัดทางด้านสนามแม่เหล็ก
เมื่อมีเมืองก็ต้องมีเจ้าเมือง , กษัตริย์ , จักรพรรดิ เป็นของคู่กัน ลาพูต้าก็เช่นกันครับ มีจักพรรดิปกครองอยู่ด้วยซึ่งจักรพรรดิกับบรรดาข้าราชบริพารก็จะอาศัยอยู่บนลาพูต้า เพราะจะได้ปกครองบรรดาประชาชนหรือเมืองได้ง่ายขึ้น เพียงถ้าเมืองไหนเกิดการแข็งข้อหรือคิดการไม่ซื่อ จักรพรรดิก็เพียงนำลาพูต้าไปลอยอยู่เหนือเมืองนั้นแล้วทิ้งระเบิดหรือ ทิ้งหินลงมาเป็นการสั่งสอน หนักเข้าก็สั่งให้ลาพูต้าลอยลงทับเมืองนั้นจนพังทลายราบเป็นหน้ากลองเอาเสียเลยเป็นการลงโทษขั้นรุนแรง นอกจากนั้นกัลลิเวอร์ได้สังเกตอีกว่า ทั้งจักรพรรดิและบรรดานักวิทยาศาสตร์นั้นต่างก็เป็นผู้ที่ชื่นชอบ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และดนตรีอย่างมาก เรียกได้ว่าเข้าสายเลือดกันเลยทีเดียว จนสามารถพัฒนาเครื่องมือและอุปกรณ์ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก และยังสามารถคิด คำนวณปรากฏการณ์ต่างๆ จากดวงดาวได้อย่างมากมาย นับว่าเป็นเมืองและชนชาติที่มีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีอย่างสูง นี่ก็เป็นเรื่องราวที่กัลลิเวอร์ได้บันทึกเอาไว้ มาถึง ณ ปัจจุบัน ลาพูต้าจะมีโอกาสแสดงตัวออกมา หรือว่าบรรดาผู้คนจะมีโอกาสได้เห็นอีกหรือเปล่า หรือว่าบรรดานักวิทยาศาสตร์สามารถคิด พัฒนาและประดิษฐ์เทคโนโลยีที่สามารถทำให้ลาพูต้าลอยได้ด้วยตัวเองสำเร็จแล้ว จนสามารถไปจากนครบัลนิบาร์บิโดยไม่ต้องอาศัยสนามแม่เหล็กจากเมือง แล้วออกไปสำรวจโลกหรือจักรวาลตามวิสัยของชาวบัลนิบาร์บิ จึงอาจจะพอเป็นคำตอบได้ว่าหลังจากยุคสมัยของกัลลิเวอร์แล้วทำไมเราไม่ได้เห็น "ลาพูต้าเกาะลอยฟ้า" กันอีกเลย |
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
|
ID: 69
b_bonglang |
 |
| stage 4 |
| ลงสนาม: 21 02 2008 |
Point: 697
|
Game Points: 0 |
| |
|
|
ตอบเมื่อ: 08/03/2008 11:35 เรื่อง: |
|
|
งืมนิ...เรื่องนี้น่าสนใจอยู่ค่ะ...ว่าแต่จิมีนิยายแปลไทยมิล่า จะได้จ่ายเงินอีกแว้ว  |
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
|
ID: 1258
ctrl |
 |
| stage 1 |
| ลงสนาม: 08 03 2008 |
Point: 59
|
Game Points: 0 |
| |
|
|
ตอบเมื่อ: 08/03/2008 12:28 เรื่อง: |
|
|
ขี้เกียดอ่าน เห็นแล้ว... นิ่ง
 |
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
|
ID: 474
Tong=aloha |
 |
| stage 1 |
| ลงสนาม: 25 02 2008 |
Point: 33
|
Game Points: 0 |
| |
|
|
ตอบเมื่อ: 08/03/2008 12:31 เรื่อง: ... |
|
|
อ่ายยากจังครับ |
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
|
ID: 1258
ctrl |
 |
| stage 1 |
| ลงสนาม: 08 03 2008 |
Point: 59
|
Game Points: 0 |
| |
|
|
ตอบเมื่อ: 08/03/2008 12:39 เรื่อง: |
|
|
เหนก็ง่วงแว้ว
 |
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
|